Binance กับ Bitkub แตกต่างกันอย่างไร (ล่าสุด)

binance กับ bitkub

หากจะกล่าวถึงความนิยมในการใช้กระดานซื้อขายในประเทศไทยแล้ว ต้องยอมรับว่า Binance กับ Bitkub ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกแรกเลยทีเดียว แต่สิ่งนี้ทำให้เกิดคำถามกับคนใหม่ที่ต้องการสมัครสมาชิกกระดานซื้อขายและอยากรู้ความแตกต่างระหว่าง Binance กับ Bitkub ว่ามีสิ่งใดบ้าง เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ดังนั้นในบทความนี้ BXmarketcap จะทำการเปรียบเทียบข้อมูลให้คุณ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจสมัครสมาชิกครับ

พร้อมกันแล้วเราไปเปรียบเทียบ Binance กับ Bitkub กันเลย


⚖️เปรียบเทียบ Binance กับ Bitkub: ด้านข้อมูลทั่วไป

Binance.com

ปีที่ก่อตั้ง: ค.ศ.2017

ผู้ก่อตั้ง: ชางเพ็ง เจา (CZ)

ใบอนุญาตในไทย: ยังไม่ได้รับใบอนุญาต

เงินบาท: ไม่สามารถเทรดเงินบาทได้

ปริมาณผู้เข้าชมต่อเดือน: 23.5 ล้านคนต่อเดือน (2022)

อัตราค่าธรรมเนียม: ฝากคริปโตฟรี, ค่าธรรมเนียมเทรดอยู่ที่ 0.015%-0.10%

ปริมาณซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน: 1,485,720 BTC (19/1/2022)

จำนวนเหรียญในกระดานซื้อขาย: > 500 เหรียญ (19/1/2022)

ภาษา: เว็บไม่สนับสนุนภาษาไทย

กองทุนประกันการเงิน: SAFU (100ล้านเหรียญ)

Bitkub.com

ปีที่ก่อตั้ง: ค.ศ.2018

ผู้ก่อตั้ง: จิรายุ ทรัพย์ศรีโสภา

ใบอนุญาตในไทย: ได้รับใบอนุญาตจาก Thai SEC

เงินบาท: สามารถเทรดเงินบาทได้

ปริมาณผู้เข้าชมต่อเดือน: 825,000 คนต่อเดือน (2022)

อัตราค่าธรรมเนียม: ฝากคริปโตหรือเงินบาทฟรี, ค่าธรรมเนียมถอนเงินบาทเริ่มต้นที่ 20 – 200 บาท, ค่าธรรมเนียมเทรด 0.25

ปริมาณซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน: 2,389 BTC (19/1/2022)

จำนวนเหรียญในกระดานซื้อขาย: 56 เหรียญ (19/1/2022)

ภาษา: สนับสนุนภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

กองทุนประกันการเงิน: ยังไม่ชัดเจนด้านการประกาศ

เปรียบเทียบในส่วนของข้อมูลทั่วไประหว่าง Binance กับ Bitkub จะเห็นได้ถึงความแตกต่างในส่วนของผู้ใช้งานซึ่ง Binance มีปริมาณสูงกว่าทาง Bitkub มาก แต่ทั้งนี้ต้องเข้าใจด้วยว่าผู้ใช้งาน Bitkub ส่วนใหญ่นั้นคือคนไทยนั่นเอง ดังนั้นหากเทียบเฉพาะจำนวนคนไทย ผมคิดว่าน้ำหนักของ Bitkub เหนือกว่าครับ

อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญมากคือการสนับสนุนภาษาไทย ซึ่งทาง Bitkub ประสบความสำเร็จในการเข้าถึงคนไทยมากกว่าเนื่องจาก ภาษาไทยด้วยนั่นเอง ซึ่งตรงนี้แต่ก่อนทาง Binance ก็สนับสนุนภาษาไทยเช่นกัน ก่อนที่จะยกเลิกไปในช่วงปลายปี ค.ศ.2021 ส่งผลให้ตลาดกระดานซื้อขายภาคภาษาไทยอันดับ 1 ตกเป็นของ Bitkub ทันที

สรุปได้ว่า ด้านทั่วไป Bitkub ทำได้ดีในแง่การเข้าถึงคนไทย ส่วน Binance ทำได้ดีในแง่ความเป็นสากลครับ


⚖️เปรียบเทียบ Binance กับ Bitkub: ด้านระบบ Support

Binance.com

เบอร์โทร: ไม่มี

กล่องข้อความ: สามารถติดต่อได้

Chat หน้าเว็บ: มีมุมล่างขวา

ทาง Facebook Chat: ได้

ทาง Twitter Chat: ได้

ทาง Social Media อื่นๆ: ไม่ทราบ

สำนักงานประเทศไทย: ไม่มี

Bitkub.com

เบอร์โทร: 02-032-9555

กล่องข้อความ: ไม่มี

Chat หน้าเว็บ: มีมุมล่างขวา (ภาษาไทย)

ทาง Facebook Chat: ได้

ทาง Twitter Chat: ได้

ทาง Social Media อื่นๆ: ได้ เช่น Line

สำนักงานประเทศไทย: ติดต่อเข้าพบได้

เมื่อพูดถึงระบบ Support นั้นทาง Binance ดูเหมือนว่าจะเสียเปรียบ Bitkub อยู่เล็กน้อยนั่นคือ จำนวนคนไทยที่เข้ามาทำหน้าที่ ตอบข้อซักถาม หรือแก้ปัญหาให้กับผู้ใช้งานที่เป็นคนไทยและสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างจำกัด กล่าวคือ หากลูกค้า หรือคุณไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ ผมคิดว่าตัวเลือก Bitkub น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า เพราะคุณสามารถ พิมพ์ปัญหาผ่านทางแชท หรือโทรไปสอบถามข้อมูลต่าง ๆ ได้โดยตรงเลย

สรุปได้ว่า ด้านระบบการสนับสนุนผู้ใช้งานทาง Bitkub สนับสนุนคนไทยได้ดีกว่าทาง Binance มาก


⚖️เปรียบเทียบ Binance กับ Bitkub: ด้านระบบความปลอดภัย

Binance.com

กองทุนประกัน: SAFU

2FA: มีให้ใช้งาน

หน่วงเวลา: มีทุกครั้งที่ Login เข้าระบบ

SMS Login: มี

Bitkub.com

กองทุนประกัน: ไม่ชัดเจนในข่าวสาร

2FA: มีให้ใช้งาน

หน่วงเวลา: มีทุกครั้งที่ Login เข้าระบบ

SMS Login: มี

โดยส่วนตัวมองว่าระบบความปลอดภัยของ Binance กับ Bitkub นั้นต่างทำหน้าที่กันได้อย่างดี แม้ว่าที่ Bitkub อาจยังไม่มีการประกาศเรื่องการจัดตั้งกองทุนส่วนบุคคลเพื่อชดเชยในภาวะกระดานซื้อขายถูกโจรกรรมเงินอย่างชัดเจน แต่ก็เชื่อว่าหากเกิดปัญหาขึ้น ทาง Bitkub ไม่น่าจะผลักภาระนี้ให้กับผู้ใช้งานอย่างแน่นอน

สรุปได้ว่า ในแง่ความปลอดภัย ทำได้ดีทั้งคู่ โดย Binance เหนือกว่าเล็กน้อยในแง่มีกองทุน SAFU


⚖️เปรียบเทียบ Binance กับ Bitkub: ด้านผลิตภัณฑ์

เราลองมา List ผลิตภัณฑ์การเงินที่ทาง Binance และ Bitkub มีเพื่อเปรียบเทียบความหลากหลายในการเข้าถึงของผู้ใช้งานและการลงทุนกันครับ

Binance.com

กระดานซื้อขาย Spot, Future

ศูนย์การเรียนรู้ (Academy)

องค์กรการกุศล (Binance CHARITY)

บัตรเดบิต Binance VISA (คนไทยใช้ไม่ได้)

Binance Lab

Binance Launchpad (สนับสนุน Startup)

Binance Research

Trust Wallet

Binance NFT marketplace

Binance PAY

Gift Card

Bitkub.com

กระดานซื้อขาย Spot

ศูนย์การเรียนรู้ (ฺBitkub Academy)

Bitkub Wallet

Bitkub NFT marketplace (FAN Token)

เมื่อเปรียบเทียบด้านผลิตภัณฑ์โดยรวมระหว่าง Binance กับ Bitkub นั้น เห็นได้อย่างชัดเจนว่าทาง Binance มีผลิตภัณฑ์การเงินคริปโต และการบริการคริปโตที่โดดเด่นกว่าทาง Bitkub ส่งผลให้ผู้ใช้งานเมื่อเป็นสมาชิก Binance จะสามารถสร้างรายได้ได้หลากหลายกว่าการใช้งานจากทาง Bitkub

สรุปได้ว่า ผลิตภัณฑ์การเงิน Binance มีความหลากหลายมากกว่า Bitkub หลายเท่าตัวเลยทีเดียว


⚖️เปรียบเทียบ Binance กับ Bitkub: ด้านค่าธรรมเนียม

มาถึงหัวข้อสำคัญที่เราจะเปรียบเทียบระหว่าง Binance กับ Bitkub นั่นคือ เรื่องของค่าธรรมเนียม (FEE) ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญในการตัดสินใจเป็นสมาชิกของผู้ใช้งานเลยทีเดียว สำหรับรายละเอียดที่จะเปรียบเทียบมีดังต่อไปนี้คือ

Binance.com

ฝากเงินบาท: ทำไม่ได้

ฝากเงินคริปโต: ฟรี

ถอนเงินบาท: ทำไม่ได้

ถอนเงินคริปโต: ตามประกาศของธุรกรรม

ค่าธรรมเนียมเทรดคริปโต: 0.1% ต่อการซื้อหรือขายต่อครั้ง

ส่วนลด: ใช้ BNB เป็นส่วนลดได้

ค่ารักษา Wallet: ฟรี

Bitkub.com

ฝากเงินบาท: ฟรี

ฝากเงินคริปโต: ฟรี

ถอนเงินบาท: 20 บาท/ธุรกรรมเมื่อใช้ KBANK

ถอนเงินคริปโต: ตามประกาศของธุรกรรม

ค่าธรรมเนียมเทรดคริปโต: 0.25% ต่อซื้อหรือขายต่อครั้ง

ส่วนลด: ใช้ KUB เป็นส่วนลดได้

ค่ารักษา Wallet: ฟรี

จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นว่าทาง Bitkub มีความสามารถทางการฝากถอนเงินบาทที่โดดเด่น ในขณะที่ Binance ไม่สามารถทำเงื่อนไขข้อนี้ได้ และในส่วนของค่าธรรมเนียมการถอนเงินบาทเข้า บัญชีธนาคารไทย ทาง KBANK อนุญาตให้ทำได้โดยคิดค่าธรรมเนียมเพียง 20 บาทเท่านั้น! ในส่วนของค่าธรรมเนียมเทรดทาง Binance ราคาถูกกว่าทาง Bitkub เล็กน้อย

สรุปได้ว่า ค่าธรรมเนียมในการเทรด Binance มีแนวโน้มประหยัดกว่าค่าธรรมเนียมจากทาง Bikub ส่วนค่าธรรมเนียมการถอนเงินบาทนั้น หากเทียบตลาด P2P ของ Binance แล้ว ยังถือว่า Bitkub มีค่าธรรมเนียมการถอนเงินบาทที่ดีกว่า ถูกกว่าครับ


โดยสรุปแล้วต้องถือว่า Binance กับ Bitkub นั้นมีข้อดี และข้อจำกัดกันคนละอย่าง ดังนั้นเราในฐานะของผู้ใช้งานเห็นควรว่า ควรสมัครเป็นสมาชิกทั้ง สองกระดานซื้อขาย โดยคุณสามารถใช้ Bitkub เป็นจุดเริ่มต้นในการนำเงินบาทเข้าระบบ จากนั้นเมื่อนำเงินบาทซื้อเหรียญคริปโตแล้ว คุณสามารถโอนเหรียญคริปโตไป Binance หากคุณต้องการใช้ผลิตภัณฑ์การเงินจาก Binance หรือคุณอาจเทรดบนกระดานซื้อขาย Bitkub แต่เพียงอย่างเดียวก็ได้

อ้อ ผมลืมบอกไปหนึ่งประการที่ ณ ปัจจุบันทาง Binance มีจุดเด่นที่แตกต่างจาก Bitkub คือ หากคุณเทรดบน Bitkub คุณจะต้องนำมาคำนวณเพื่อเสียภาษีในประเทศไทย แต่การเทรดบน Binance กฎหมายไทยไม่ครอบคลุมไปถึงครับ

Relevant news

ใส่ความเห็น